ศูนย์มะเร็งชีวารักษ์ | CHG Cancer Center

CHG Cancer Center, การรักษามะเร็ง, การแพทย์, ความเป็นเลิศ, คีโม, จุฬารัตน์, จุฬารัตน์ 3, ฉายรังสี, ชีวารักษ์, มะเร็ง, มะเร็งท่อน้ำดี, มะเร็งรักษาได้, มะเร็งรู้เร็วรักษาได้, มะเร็งเจอเร็วรักษาหายขาด, รพ, รักษา, รักษาโรคมะเร็ง, รู้เร็วตรงจุดรักษาได้ทันที, รู้เร็วรักษาได้, ศูนย์ความเป็นเลิศ, ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์, ศูนย์ชีวารักษ์, ศูนย์มะเร็งชีวารักษ์, ศูนย์มะเร็งชีวารักษ์ CHG Cancer Center, เคมีบำบัด, โรคมะเร็ง, โรงพยาบาล, โรงพยาบาล จุฬารัตน์3

การฉายรังสีรักษามะเร็งท่อน้ำดี

การฉายรังสีเป็นหนึ่งในวิธีการหลักที่ใช้ในการรักษามะเร็งท่อน้ำดี โดยใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง การฉายรังสีสามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสภาพของผู้ป่วยและลักษณะของมะเร็ง

ประเภทของการฉายรังสี
  1. การฉายรังสีภายนอก (External Beam Radiation Therapy – EBRT): การฉายรังสีภายนอกเป็นวิธีที่พบได้บ่อยที่สุดในการรักษามะเร็งท่อน้ำดี โดยใช้เครื่องมือที่ส่งรังสีไปยังตำแหน่งของเนื้องอกจากภายนอกร่างกาย การฉายรังสีภายนอกมักจะให้ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ โดยให้ผู้ป่วยมารับการฉายรังสีในแต่ละวัน
  2. การฉายรังสีจากภายใน (Internal Radiation Therapy หรือ Brachytherapy): การฉายรังสีจากภายในเป็นวิธีที่ใช้การสอดใส่แหล่งรังสีเข้าไปในร่างกายใกล้กับตำแหน่งของเนื้องอก วิธีนี้สามารถให้ปริมาณรังสีสูงไปยังเนื้องอกโดยตรงโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติมากเกินไป
วัตถุประสงค์ของการฉายรังสี
  • ก่อนการผ่าตัด: การฉายรังสีก่อนการผ่าตัด (neoadjuvant radiation) ใช้เพื่อลดขนาดของเนื้องอก ทำให้การผ่าตัดเอาเนื้องอกออกได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • หลังการผ่าตัด: การฉายรังสีหลังการผ่าตัด (adjuvant radiation) ใช้เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่หลังจากการผ่าตัด ซึ่งอาจไม่สามารถมองเห็นหรือเอาออกได้ทั้งหมด
  • การฉายรังสีแบบบรรเทาอาการ (Palliative Radiation): ในกรณีที่มะเร็งท่อน้ำดีอยู่ในระยะที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ การฉายรังสีแบบบรรเทาอาการใช้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดหรืออาการอื่น ๆ ที่เกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็ง
ผลข้างเคียงของการฉายรังสี

การฉายรังสีอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยได้แก่:

  • ความเหนื่อยล้า: ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากได้รับการฉายรังสี
  • การระคายเคืองผิวหนัง: ผิวหนังบริเวณที่ได้รับการฉายรังสีอาจเกิดการระคายเคือง แดง หรือลอก
  • ปัญหาทางเดินอาหาร: การฉายรังสีบริเวณช่องท้องอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย
  • ผลข้างเคียงระยะยาว: ในบางกรณี การฉายรังสีอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงระยะยาว เช่น การเกิดพังผืดหรือแผลเป็นในเนื้อเยื่อบริเวณที่ได้รับการฉายรังสี
CHG Cancer Center, การรักษา, การรักษามะเร็ง, การแพทย์, ความเป็นเลิศ, คีโม, จุฬารัตน์, จุฬารัตน์ 3, ชีวารักษ์, มะเร็ง, มะเร็งท่อน้ำดี, มะเร็งรักษาได้, มะเร็งรู้เร็วรักษาได้, มะเร็งเจอเร็วรักษาหายขาด, รพ, รักษา, รักษาโรคมะเร็ง, รู้เร็วตรงจุดรักษาได้ทันที, รู้เร็วรักษาได้, ศูนย์ความเป็นเลิศ, ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์, ศูนย์ชีวารักษ์, ศูนย์มะเร็งชีวารักษ์, ศูนย์มะเร็งชีวารักษ์ CHG Cancer Center, เคมีบำบัด, โรคมะเร็ง, โรงพยาบาล, โรงพยาบาล จุฬารัตน์3
การเตรียมตัวก่อนการฉายรังสี

ก่อนการฉายรังสี ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษา โดยแพทย์จะทำการสแกนภาพเพื่อกำหนดตำแหน่งและขนาดของเนื้องอกอย่างแม่นยำ จากนั้นจะวางแผนการฉายรังสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

การดูแลหลังการฉายรังสี

หลังจากการฉายรังสี ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลตนเอง รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ การรักษาสุขภาพผิวบริเวณที่ได้รับการฉายรังสี และการรับประทานอาหารที่เหมาะสม นอกจากนี้ ควรติดตามอาการและรายงานผลข้างเคียงใด ๆ ให้แพทย์ทราบเพื่อการดูแลและรักษาเพิ่มเติม

การฉายรังสีเป็นวิธีการที่สำคัญในการรักษามะเร็งท่อน้ำดี โดยสามารถใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหายจากโรคและลดอาการที่ไม่พึงประสงค์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉายรังสีในการรักษามะเร็งท่อน้ำดี

สอบถามและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เบอร์ติดต่อ 0638166058

สอบถามข้อมูลการรักษา

เพิ่มเพื่อน

แชร์บทความ
thTH
X