CHG Cancer Center

ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโอกาสรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง พร้อมภาพจำลองระบบต่อมน้ำเหลืองภายในร่างกาย

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง รักษาหายได้ไหม?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นLymphoma หนึ่งในคำถามแรกที่ผู้ป่วยและครอบครัวมักกังวลคือ โรคนี้รักษาหายไหม? คำตอบคือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองหลายชนิดมีโอกาสรักษาให้โรคสงบในระยะยาว และบางชนิดมีโอกาสหายขาดได้ อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดย่อยของโรค ระยะโรค อายุ สุขภาพโดยรวม และการตอบสนองต่อการรักษา

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร?

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือมะเร็งที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน โดยโรคแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

1. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma: HL)

เป็นชนิดที่พบไม่มาก แต่โดยทั่วไปตอบสนองต่อการรักษาได้ดี และผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาให้หายขาดได้

2. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma: NHL)

มีชนิดย่อยจำนวนมาก แต่ละชนิดมีพฤติกรรมของโรคและแนวทางการรักษาแตกต่างกัน ตั้งแต่ชนิดโตช้าที่อาจติดตามอาการได้ระยะหนึ่ง ไปจนถึงชนิดโตเร็วที่ต้องเริ่มรักษาโดยเร็ว

ดังนั้น การทราบเพียงว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจยังไม่เพียงพอ แพทย์จำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อเพื่อระบุชนิดย่อยของเซลล์มะเร็ง ก่อนประเมินแนวทางและโอกาสในการรักษา

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีโอกาสหายมากน้อยเพียงใด?

ข้อมูลจาก American Cancer Society ซึ่งอ้างอิงฐานข้อมูล SEER ของสหรัฐอเมริกา รายงาน อัตราการรอดชีวิตสัมพัทธ์ที่ 5 ปี โดยเปรียบเทียบโอกาสมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วยกับประชากรทั่วไปที่มีอายุและเพศใกล้เคียงกัน

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน

ผู้ป่วย Hodgkin Lymphoma มีอัตราการรอดชีวิตสัมพัทธ์ที่ 5 ปีโดยรวมประมาณ 89% เมื่อจำแนกตามการกระจายของโรค พบว่า

  • โรคอยู่เฉพาะที่: ประมาณ 93%
  • โรคลุกลามบริเวณใกล้เคียง: ประมาณ 95%
  • โรคกระจายไปยังอวัยวะหรือบริเวณห่างไกล: ประมาณ 84%

ตัวเลขดังกล่าวมาจากผู้ป่วยในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการวินิจฉัยระหว่างปี 2015–2021 และผู้ป่วยจำนวนมากสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 5 ปีหรือรักษาหายได้

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน

Non-Hodgkin Lymphoma มีอัตราการรอดชีวิตสัมพัทธ์ที่ 5 ปีโดยรวมประมาณ 74% แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ประเมินผู้ป่วยทุกคนเหมือนกัน เพราะโรคกลุ่มนี้มีชนิดย่อยหลากหลายมาก

ตัวอย่างชนิดที่พบบ่อย ได้แก่

Diffuse Large B-cell Lymphoma (DLBCL)

อัตราการรอดชีวิตสัมพัทธ์ที่ 5 ปีโดยรวมประมาณ 65% โรคชนิดนี้เติบโตเร็ว แต่มีโอกาสรักษาหายได้ โดย American Cancer Society ระบุว่าสามารถรักษาให้หายได้ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมด

Follicular Lymphoma

อัตราการรอดชีวิตสัมพัทธ์ที่ 5 ปีโดยรวมประมาณ 89% โรคมักเติบโตช้าและตอบสนองต่อการรักษาได้ดี แต่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ จึงมักเน้นการควบคุมโรคให้อยู่ในระยะสงบเป็นเวลานาน

อัตราการรอดชีวิต 5 ปี หมายถึงอยู่ได้เพียง 5 ปีหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ใช่ ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 5 ปี แต่เป็นค่าทางสถิติที่ใช้ติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยหลังได้รับการวินิจฉัยอย่างน้อย 5 ปี ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานกว่านั้นและบางรายหายจากโรค

นอกจากนี้ สถิติเป็นข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมากในอดีต จึงไม่สามารถใช้ทำนายผลการรักษาของผู้ป่วยรายใดรายหนึ่งได้อย่างแน่นอน ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยในปัจจุบันอาจมีผลการรักษาดีกว่าตัวเลขที่รายงาน เนื่องจากแนวทางการรักษาและยารักษามะเร็งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยใดมีผลต่อโอกาสรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง?

โอกาสรักษาหายหรือควบคุมโรคได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

  • ชนิดและชนิดย่อยของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ระยะของโรคและตำแหน่งที่มีการกระจาย
  • ขนาดหรือปริมาณของก้อนมะเร็ง
  • อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
  • ระดับสาร LDH ในเลือด
  • ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน
  • การมีโรคนอกระบบต่อมน้ำเหลือง
  • การตอบสนองต่อการรักษา

สำหรับ Non-Hodgkin Lymphoma แพทย์อาจใช้ International Prognostic Index หรือ IPI ซึ่งพิจารณาอายุ ระยะโรค ระดับ LDH การกระจายสู่อวัยวะนอกระบบน้ำเหลือง และสภาพร่างกายของผู้ป่วย เพื่อช่วยประเมินแนวโน้มของโรคและวางแผนการรักษา

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4 ยังรักษาได้หรือไม่?

แม้ได้รับการวินิจฉัยในระยะที่ 4 ก็ยังมีแนวทางรักษา ไม่ได้หมายความว่าจะรักษาไม่ได้เสมอไป ระยะที่ 4 หมายถึงพบโรคกระจายสู่อวัยวะนอกระบบน้ำเหลือง เช่น ไขกระดูก ตับ หรือปอด แต่โอกาสควบคุมโรคยังขึ้นอยู่กับชนิดย่อยและการตอบสนองต่อยาเป็นสำคัญ

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดที่เติบโตเร็วอาจตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดได้ดี แม้โรคจะกระจายแล้ว ขณะที่ชนิดโตช้าบางชนิดอาจไม่หายขาดง่าย แต่สามารถควบคุมโรคและใช้ชีวิตได้เป็นเวลานานภายใต้การดูแลอย่างต่อเนื่อง

การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีวิธีใดบ้าง?

แพทย์จะเลือกวิธีรักษาตามชนิดและระยะของโรค ซึ่งอาจประกอบด้วย

  • chemotherapy drugs
  • ยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือโมโนโคลนอลแอนติบอดี
  • targeted drugs
  • Radiotherapy
  • การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
  • การเฝ้าติดตามอาการในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดโตช้าบางกรณี

หลังการรักษา ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพราะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดอาจกลับมาเป็นซ้ำได้แม้ผ่านไปหลายปี แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือด ตรวจร่างกาย หรือใช้ CT และ PET/CT ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

สรุป มะเร็งต่อมน้ำเหลืองรักษาหายได้หรือไม่?

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีโอกาสรักษาหายได้ โดยเฉพาะบางชนิดที่ตอบสนองต่อการรักษาดี ส่วนบางชนิดอาจเน้นควบคุมโรคให้อยู่ในระยะสงบและรักษาคุณภาพชีวิตให้นานที่สุด สิ่งสำคัญคือการวินิจฉัยชนิดย่อยอย่างถูกต้อง ประเมินระยะโรคอย่างครบถ้วน และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากพบต่อมน้ำเหลืองโตต่อเนื่อง ก้อนไม่เจ็บ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีไข้เรื้อรัง เหงื่อออกมากตอนกลางคืน หรือมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัย ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุ ไม่ควรรอให้อาการรุนแรงขึ้น

ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโอกาสรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง พร้อมภาพจำลองระบบต่อมน้ำเหลืองภายในร่างกาย

For inquiry, please call +66638166058

Request consultation for treatment plan

เพิ่มเพื่อน

แชร์บทความ

At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.

Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)
en_USEN