เช็ก 7 อาการมะเร็งเม็ดเลือดขาว
อ่อนเพลีย มีไข้ ติดเชื้อบ่อย หรือมีรอยช้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจดูเหมือนอาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมีหลายอาการร่วมกัน อาจเป็นหนึ่งในอาการมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อ ภาวะโลหิตจาง การขาดสารอาหาร ผลข้างเคียงจากยา หรือโรคอื่นได้ การวินิจฉัยมะเร็งเม็ดเลือดขาวต้องอาศัยการตรวจเลือดและการตรวจเพิ่มเติมโดยแพทย์
มะเร็งเม็ดเลือดขาวคืออะไร?
มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ Leukemia เป็นมะเร็งที่เกิดในเนื้อเยื่อสร้างเม็ดเลือด โดยมักเริ่มจากเซลล์ระยะต้นภายในไขกระดูก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด
เมื่อเซลล์มะเร็งเพิ่มจำนวนอย่างควบคุมไม่ได้ เซลล์เหล่านี้อาจเบียดพื้นที่การสร้างเม็ดเลือดปกติ ทำให้ร่างกายมีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวปกติ หรือเกล็ดเลือดไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการแตกต่างกันตามเซลล์เม็ดเลือดที่ได้รับผลกระทบ
มะเร็งเม็ดเลือดขาวมีทั้งชนิดเฉียบพลันที่ดำเนินโรคเร็ว และชนิดเรื้อรังที่มักดำเนินโรคช้ากว่า ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังบางรายอาจไม่มีอาการ และตรวจพบจากผลเลือดระหว่างการตรวจสุขภาพหรือการตรวจโรคอื่น
เช็ก 7 อาการมะเร็งเม็ดเลือดขาว
อ่อนเพลีย ซีด หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
เซลล์มะเร็งที่เพิ่มจำนวนในไขกระดูกอาจรบกวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ร่างกายจึงขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อได้น้อยลง
อาการที่อาจพบ ได้แก่
- เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- รู้สึกอ่อนแรงหรือไม่มีแรง
- หน้ามืดหรือเวียนศีรษะ
- ปวดศีรษะ
- รู้สึกหนาวง่าย
- ผิวหรือริมฝีปากซีด
- หายใจไม่อิ่มเมื่อทำกิจกรรม
หากพักผ่อนเพียงพอแล้วแต่อาการอ่อนเพลียไม่ดีขึ้น หรือมีอาการซีดและใจสั่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเลือด
มีไข้หรือติดเชื้อบ่อย
แม้ผู้ป่วยบางรายจะมีจำนวนเม็ดเลือดขาวสูง แต่เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้เหมือนเม็ดเลือดขาวปกติ ขณะเดียวกัน จำนวนเม็ดเลือดขาวที่ทำงานได้ตามปกติอาจลดลง
ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการ เช่น
- มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
- ติดเชื้อบ่อยกว่าปกติ
- การติดเชื้อหายช้าหรือกลับมาเป็นซ้ำ
- มีไข้ร่วมกับหนาวสั่น
- เจ็บคอ ไอ หรือมีแผลติดเชื้อซ้ำบ่อย
มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย
เมื่อไขกระดูกสร้างเกล็ดเลือดได้น้อยลง ร่างกายอาจหยุดเลือดได้ช้ากว่าปกติ อาการที่ควรสังเกต ได้แก่
- เกิดรอยช้ำง่ายโดยจำไม่ได้ว่ากระแทกอะไร
- มีจุดแดงหรือจุดม่วงขนาดเล็กใต้ผิวหนัง
- เลือดกำเดาไหลบ่อยหรือหยุดยาก
- เลือดออกตามไรฟัน
- บาดแผลมีเลือดไหลนานกว่าปกติ
- ประจำเดือนออกมากหรือยาวนานผิดปกติ
หากมีเลือดออกมาก เลือดไหลไม่หยุด หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนังร่วมกับไข้ ควรรีบไปโรงพยาบาล
น้ำหนักลดหรือเบื่ออาหารโดยไม่ทราบสาเหตุ
น้ำหนักที่ลดลงทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือเพิ่มการออกกำลังกาย อาจเป็นอาการที่พบได้ในมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด
ผู้ป่วยอาจรู้สึกLoss of appetite รับประทานอาหารได้น้อย หรืออิ่มเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อม้ามหรือตับโตและกดเบียดกระเพาะอาหาร
อย่างไรก็ตาม น้ำหนักลดอาจเกิดจากหลายสาเหตุ หากน้ำหนักลดต่อเนื่องร่วมกับอ่อนเพลีย ไข้ หรือเหงื่อออกมากตอนกลางคืน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
sweating a lot at night
การตื่นขึ้นมาพบว่าเสื้อผ้าหรือเครื่องนอนเปียกชุ่ม ทั้งที่อากาศไม่ร้อนหรือไม่ได้ห่มผ้าหนา อาจเป็นหนึ่งในอาการของมะเร็งเม็ดเลือดขาว
เหงื่อออกกลางคืนอาจพบร่วมกับไข้ น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย แต่ก็สามารถเกิดจากการติดเชื้อ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ยาบางชนิด หรือโรคอื่นได้เช่นกัน
หากเกิดเป็นประจำโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
ปวดกระดูกหรือข้อต่อ
เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวอาจสะสมภายในไขกระดูก บริเวณผิวของกระดูก หรือภายในข้อต่อ ส่งผลให้เกิดอาการปวดกระดูกหรือปวดข้อ
อาการอาจเกิดได้หลายบริเวณและมีความรุนแรงแตกต่างกัน บางคนอาจมีอาการปวดต่อเนื่องโดยไม่ได้รับบาดเจ็บหรือใช้งานร่างกายหนัก
อาการปวดกระดูกเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่หากปวดต่อเนื่องร่วมกับมีไข้ ซีด รอยช้ำ หรือน้ำหนักลด ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
ต่อมน้ำเหลืองโตหรือแน่นท้องผิดปกติ
มะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดอาจทำให้ต่อมน้ำเหลือง ตับ หรือม้ามโต ผู้ป่วยอาจสังเกตพบ
- ก้อนบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ
- ต่อมน้ำเหลืองโตโดยไม่เจ็บ
- ท้องโตหรือแน่นท้อง
- รู้สึกมีก้อนหรือหนักบริเวณใต้ชายโครงด้านซ้าย
- อิ่มเร็วแม้รับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย
ต่อมน้ำเหลืองโตส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อ แต่หากก้อนไม่ยุบ โตขึ้น แข็ง หรือพบร่วมกับไข้ น้ำหนักลด และเหงื่อออกกลางคืน ควรให้แพทย์ประเมิน
summarize
7 อาการมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ควรสังเกต ได้แก่ อ่อนเพลียหรือซีด มีไข้หรือติดเชื้อบ่อย เลือดออกหรือช้ำง่าย น้ำหนักลดหรือเบื่ออาหาร เหงื่อออกกลางคืน ปวดกระดูกหรือข้อ และต่อมน้ำเหลืองโตหรือแน่นท้อง
อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะและไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีหลายอาการร่วมกัน หรืออาการรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือด
**บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้**


