CHG Cancer Center

แพทย์ให้คำแนะนำผู้ป่วยมะเร็งเกี่ยวกับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและการเลือกอาหารอย่างปลอดภัยระหว่างการรักษา

อาหารต้องห้ามของผู้ป่วยมะเร็ง มีจริงหรือไม่?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ผู้ป่วยและครอบครัวมักได้รับคำแนะนำเรื่องอาหารจำนวนมาก เช่น ห้ามกินเนื้อสัตว์ ห้ามกินไข่ ห้ามดื่มนม ห้ามกินน้ำตาล หรือควรอดอาหารเพื่อไม่ให้มะเร็งโต จนอาจเกิดความสับสนว่าอาหารต้องห้ามของผู้ป่วยมะเร็ง มีอะไรบ้าง

คำตอบ คือ ไม่มีรายการอาหารต้องห้ามที่ใช้เหมือนกันกับผู้ป่วยมะเร็งทุกคน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง วิธีรักษา ระดับเม็ดเลือดขาว ผลข้างเคียงจากการรักษา โรคประจำตัว และยาที่ผู้ป่วยได้รับ

การงดอาหารหลายชนิดโดยไม่มีข้อบ่งชี้อาจทำให้ได้รับพลังงานและโปรตีนไม่เพียงพอ น้ำหนักลด กล้ามเนื้อลด และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งอาจทำให้ร่างกายฟื้นตัวหรือทนต่อการรักษาได้ยากขึ้น

ทำไมผู้ป่วยมะเร็งแต่ละคนจึงต้องกินต่างกัน?

โรคมะเร็งและการรักษาอาจทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย Constipation แผลในปาก กลืนลำบาก การรับรสเปลี่ยน หรืออิ่มเร็ว ผู้ป่วยจึงอาจต้องปรับอาหารตามอาการในแต่ละช่วง

โดยผู้ป่วยมะเร็งจำนวนหนึ่งอาจเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร การได้รับพลังงาน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำอย่างเหมาะสมอาจช่วยรักษาน้ำหนักและมวลกล้ามเนื้อ สนับสนุนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และช่วยให้ร่างกายรับมือกับผลข้างเคียงจากการรักษาได้ดีขึ้น

ดังนั้น เป้าหมายสำคัญระหว่างรักษามะเร็งจึงไม่ใช่การงดอาหารให้มากที่สุด แต่คือการรับประทานอย่างเพียงพอ ปลอดภัย และเหมาะกับภาวะของผู้ป่วย

อาหารแบบใดที่อาจต้องงดหรือระวัง?

1. อาหารดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง

ผู้ที่ได้รับChemotherapy: รังสีรักษาบางตำแหน่ง การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด หรือยาที่กดภูมิคุ้มกัน อาจมีเม็ดเลือดขาวต่ำและเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น เชื้อโรคจากอาหารจึงอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงภูมิคุ้มกันต่ำ ได้แก่

  • เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และอาหารทะเลดิบหรือสุกไม่ทั่ว
  • ปลาดิบ ซูชิ ซาชิมิ หอยดิบ และอาหารหมักดิบ
  • ไข่ดิบ ไข่ลวก หรืออาหารที่มีไข่ดิบ
  • นม น้ำผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์
  • ถั่วงอกหรือผักงอกดิบ
  • ผักและผลไม้ที่ไม่ได้ล้างอย่างถูกวิธี
  • อาหารจากบุฟเฟต์ สลัดบาร์ หรืออาหารที่วางทิ้งไว้นาน

2. อาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจรบกวนยา

อาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดอาจเปลี่ยนการดูดซึม การออกฤทธิ์ หรือการกำจัดยามะเร็งออกจากร่างกาย ทำให้ระดับยาสูงหรือต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

โดยข้อควรระวังจะแตกต่างกันตามชนิดของยา ผู้ป่วยจึงควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับอาหารเสริม วิตามิน สมุนไพร ชาสมุนไพร น้ำสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกชนิดที่ใช้อยู่ 

3. วิตามินและสมุนไพรขนาดสูง

คำว่า ธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเสมอไป โดยวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และสมุนไพรบางชนิดในขนาดสูง อาจรบกวนยาเคมีบำบัด รังสีรักษา การแข็งตัวของเลือด หรือการฟื้นตัวหลังผ่าตัด

ควรหลีกเลี่ยงการซื้ออาหารเสริมหรือสมุนไพรมารับประทานเอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าล้างพิษ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ฆ่าเซลล์มะเร็ง หรือใช้แทนการรักษามาตรฐาน หากจำเป็นต้องเสริมวิตามิน ควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารประเมินจากการรับประทานอาหาร อาการ และผลตรวจเลือดก่อน

4. อาหารที่กระตุ้นผลข้างเคียง

อาหารบางชนิดไม่ใช่อาหารต้องห้ามตลอดการรักษา แต่อาจต้องหลีกเลี่ยงชั่วคราวตามอาการ เช่น

  • มีแผลในปากหรือเจ็บคอ: เลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด แข็ง หรือมีขอบคม
  • คลื่นไส้: เลี่ยงอาหารมัน กลิ่นแรง และมื้อใหญ่
  • ท้องเสีย: อาจต้องลดอาหารมัน คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และอาหารที่มีกากใยสูงชั่วคราว
  • ท้องผูก: หากไม่มีภาวะลำไส้อุดตัน อาจเพิ่มน้ำและใยอาหารตามคำแนะนำ
  • กลืนลำบาก: เลือกอาหารเนื้อนุ่ม ชุ่ม หรือปรับความข้นตามการประเมิน
  • หลังผ่าตัดทางเดินอาหาร: อาจต้องจำกัดกากใย ไขมัน หรือแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กตามชนิดของการผ่าตัด

เมื่ออาการดีขึ้น ผู้ป่วยอาจกลับมารับประทานอาหารเหล่านั้นได้ ไม่จำเป็นต้องงดถาวร เว้นแต่ทีมรักษาจะมีคำแนะนำเฉพาะ

5. อาหารที่ขัดกับโรคประจำตัว

ผู้ป่วยที่มีโรคไต โรคตับ เบาหวาน ภาวะหัวใจล้มเหลว เกลือแร่ผิดปกติ หรือแพ้อาหาร อาจต้องจำกัดสารอาหารบางชนิดเพิ่มเติม เช่น โซเดียม น้ำตาล โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส หรือน้ำดื่ม

คำแนะนำจึงควรพิจารณาทั้งโรคมะเร็ง ผลการรักษา และโรคประจำตัวร่วมกัน ไม่ควรนำเมนูของผู้ป่วยรายอื่นมาใช้โดยไม่ผ่านการประเมิน

หลักเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

  • รับประทานอาหารให้เพียงพอกับพลังงานและโปรตีนที่ร่างกายต้องการ
  • เลือกอาหารหลากหลาย ไม่งดอาหารหลายกลุ่มโดยไม่มีข้อบ่งชี้
  • ปรุงอาหารให้สุกและรักษาความสะอาด โดยเฉพาะช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ
  • แบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ หากอิ่มเร็ว คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เว้นแต่แพทย์สั่งจำกัดน้ำ
  • ไม่ใช้สมุนไพร วิตามิน หรืออาหารเสริมขนาดสูงโดยไม่ปรึกษาทีมรักษา
  • แจ้งแพทย์หากน้ำหนักลด รับประทานได้น้อย อาเจียนหรือท้องเสียต่อเนื่อง หรือกลืนลำบาก
  • ขอคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารที่มีประสบการณ์ด้านโรคมะเร็งเมื่อจำเป็น

summarize

อาหารต้องห้ามของผู้ป่วยมะเร็งไม่มีรายการเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงจริงขึ้นอยู่กับระดับภูมิคุ้มกัน ยาที่ได้รับ ผลข้างเคียงจากการรักษา โรคประจำตัว และความปลอดภัยของอาหาร

ผู้ป่วยที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำควรระวังอาหารดิบ อาหารไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ และอาหารที่เสี่ยงปนเปื้อน ส่วนสมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริมต้องตรวจสอบปฏิกิริยากับยาก่อนใช้ การจำกัดอาหารโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ขาดสารอาหารและกระทบต่อการฟื้นตัวได้

แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อวางแผนอาหารให้เหมาะกับโรค การรักษา และอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

**บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้**

แพทย์ให้คำแนะนำผู้ป่วยมะเร็งเกี่ยวกับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและการเลือกอาหารอย่างปลอดภัยระหว่างการรักษา

For inquiry, please call +66638166058

Request consultation for treatment plan

เพิ่มเพื่อน

แชร์บทความ

At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.

Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)
en_USEN