CHG Cancer Center

แพทย์อธิบายแนวทางรักษามะเร็งลำไส้ระยะลุกลามด้วยคีโม ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และการผ่าตัดแก่ผู้ป่วย

มะเร็งลำไส้ระยะลุกลาม รักษาได้ไหม?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ระยะลุกลาม ผู้ป่วยและครอบครัวมักกังวลว่าโรคยังรักษาได้หรือไม่ จำเป็นต้องให้คีโมเพียงอย่างเดียว หรือยังสามารถผ่าตัดได้

คำตอบ คือ มะเร็งลำไส้ระยะลุกลามยังมีแนวทางรักษา โดยเป้าหมายอาจเป็นการรักษาให้หายขาดในผู้ป่วยบางกลุ่ม หรือควบคุมโรค ลดขนาดก้อน บรรเทาอาการ และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นานขึ้น

ผลการรักษาขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจำนวนของก้อนมะเร็ง อวัยวะที่โรคกระจายไป ลักษณะทางชีวภาพของเซลล์มะเร็ง การตอบสนองต่อยา และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

มะเร็งลำไส้ระยะลุกลามคือระยะใด?

คำว่า Colon cancerระยะลุกลาม อาจมีความหมายได้ 2 ลักษณะ ได้แก่

ลุกลามเฉพาะที่

มะเร็งเติบโตผ่านผนังลำไส้ไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะใกล้เคียง หรือกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่พบการกระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ห่างออกไป

ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจยังมีโอกาสรักษาโดยมุ่งหวังให้หายได้ ด้วยการผ่าตัดร่วมกับยาเคมีบำบัด รังสีรักษา หรือภูมิคุ้มกันบำบัดตามลักษณะของโรค

ระยะแพร่กระจายหรือระยะที่ 4

มะเร็งกระจายจากลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรงไปยังอวัยวะอื่น โดยบริเวณที่พบบ่อยคือ ตับและปอด นอกจากนี้ อาจกระจายไปยังเยื่อบุช่องท้อง ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ห่างออกไป สมอง หรืออวัยวะอื่น

แม้จะเป็นระยะที่ 4 ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกรายจะมีแนวทางรักษาเหมือนกัน เพราะบางรายมีก้อนกระจายเพียงไม่กี่ตำแหน่งและสามารถSurgeryหรือรักษาเฉพาะจุดได้ ขณะที่บางรายมีโรคกระจายหลายบริเวณและเหมาะกับการรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย

มะเร็งลำไส้ระยะลุกลามรักษาหายได้หรือไม่?

มะเร็งลำไส้ที่ลุกลามเฉพาะที่แต่ยังไม่กระจายไปอวัยวะห่างไกล อาจรักษาโดยมุ่งหวังให้หายได้ในผู้ป่วยหลายราย

สำหรับมะเร็งลำไส้ระยะที่ 4 โดยทั่วไปการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวมักไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่หากพบก้อนกระจายขนาดเล็กเพียงไม่กี่ตำแหน่งในตับหรือปอด และสามารถนำก้อนทั้งหมดออกพร้อมกับก้อนมะเร็งที่ลำไส้ได้ การผ่าตัดอาจช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้น และผู้ป่วยบางรายอาจมีโอกาสเข้าสู่ภาวะปลอดโรคในระยะยาว

หากยังไม่สามารถผ่าตัดก้อนที่กระจายได้ แพทย์อาจเริ่มด้วยยาเคมีบำบัดร่วมกับยามุ่งเป้า เมื่อก้อนตอบสนองและมีขนาดเล็กลง อาจประเมินการผ่าตัดอีกครั้ง

ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดเพื่อหวังผลหายขาดได้ การรักษายังช่วยลดขนาดมะเร็ง ชะลอการดำเนินโรค บรรเทาอาการ และช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นได้

ก่อนวางแผนรักษาต้องตรวจอะไรบ้าง?

แพทย์จำเป็นต้องประเมินโรคอย่างละเอียดก่อนเลือกแนวทางรักษา การตรวจอาจประกอบด้วย

  • การส่องกล้องลำไส้และตรวจชิ้นเนื้อ
  • CT Scan บริเวณทรวงอก ช่องท้อง และอุ้งเชิงกราน
  • MRI เพื่อประเมินมะเร็งลำไส้ตรงหรือก้อนที่ตับ
  • PET/CT ในผู้ป่วยบางรายตามข้อบ่งชี้
  • ตรวจเลือด ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และการทำงานของตับและไต
  • ตรวจค่าตัวบ่งชี้มะเร็ง CEA เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบและติดตามผล
  • ตรวจ Biomarker หรือความผิดปกติของยีนในเซลล์มะเร็ง

การตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ช่วยระบุตำแหน่งที่โรคกระจายและประเมินว่าสามารถผ่าตัดได้หรือไม่ ขณะที่ผลตรวจ Biomarker ช่วยเลือกยามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัดให้เหมาะกับลักษณะของมะเร็ง

แนวทางรักษามะเร็งลำไส้ระยะลุกลาม

การรักษาอาจใช้วิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกัน โดยทีมสหสาขาวิชาชีพจะวางแผนให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

  1. chemotherapy drugs

chemotherapy drugsเป็นหนึ่งในการรักษาหลักของมะเร็งลำไส้ระยะแพร่กระจาย ยาจะเดินทางผ่านกระแสเลือดไปยังมะเร็งในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย

เป้าหมายของคีโมอาจเป็นการลดขนาดก้อน ชะลอการเติบโต บรรเทาอาการ หรือทำให้ก้อนที่ยังผ่าตัดไม่ได้มีขนาดเล็กลงจนสามารถประเมินการผ่าตัดได้

สูตรยาและจำนวนรอบขึ้นอยู่กับสุขภาพของผู้ป่วย การทำงานของอวัยวะ การรักษาที่เคยได้รับ และการตอบสนองของโรค หากสูตรแรกไม่ได้ผลหรือผลข้างเคียงมากเกินไป แพทย์อาจพิจารณาปรับสูตรยา

  1. targeted drugs

ยามุ่งเป้าออกฤทธิ์ต่อกระบวนการหรือโปรตีนบางชนิดที่เซลล์มะเร็งใช้ในการเติบโต อาจให้ร่วมกับคีโมหรือใช้ในบางช่วงของการรักษา

มะเร็งลำไส้ระยะลุกลามมักได้รับการตรวจความผิดปกติ เช่น

  • KRAS และ NRAS
  • BRAF
  • HER2
  • NTRK
  • ความผิดปกติอื่นตามข้อบ่งชี้

ตัวอย่างเช่น ยาที่ยับยั้ง EGFR อาจเหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่ไม่พบการกลายพันธุ์ในยีน RAS และ BRAF ขณะที่ผู้ที่พบ BRAF V600E หรือมี HER2 สูง อาจมีทางเลือกเป็นยามุ่งเป้าตามความผิดปกตินั้น

การเลือกยาจึงไม่ควรพิจารณาจากระยะโรคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยผลตรวจ Biomarker ร่วมด้วย

  1. Immunotherapy

Immunotherapyช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันมองเห็นและทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ทุกคน

American Cancer Society ระบุว่า ภูมิคุ้มกันบำบัดมีบทบาทสำคัญในผู้ป่วยที่ก้อนมะเร็งมีลักษณะ MSI-H หรือ dMMR โดยอาจใช้ในโรคที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โรคกลับมาเป็นซ้ำ หรือโรคที่แพร่กระจายไปอวัยวะอื่น

ผู้ป่วยจึงควรได้รับการตรวจ MSI/MMR เพื่อประเมินโอกาสใช้ยากลุ่มนี้ และผลตรวจยังอาจช่วยคัดกรองความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการ Lynch Syndrome ซึ่งเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

  1. Surgery

แม้เป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 4 ผู้ป่วยบางรายยังสามารถผ่าตัดได้ โดยเฉพาะเมื่อ

  • มีก้อนกระจายเพียงไม่กี่ตำแหน่ง
  • ก้อนอยู่เฉพาะที่ตับหรือปอดและสามารถนำออกได้ทั้งหมด
  • ก้อนหลักในลำไส้สามารถผ่าตัดได้
  • สุขภาพของผู้ป่วยพร้อมรับการผ่าตัด

ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับคีโมก่อนเพื่อทำให้ก้อนเล็กลง แล้วจึงประเมินความเป็นไปได้ในการผ่าตัดอีกครั้ง ขณะที่บางรายอาจให้คีโมเพิ่มเติมหลังผ่าตัด

หากมะเร็งทำให้ลำไส้อุดตัน เลือดออก หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจผ่าตัด ใส่ขดลวดค้ำยันลำไส้ หรือทำทางเบี่ยงอุจจาระเพื่อบรรเทาอาการ แม้ไม่สามารถนำมะเร็งออกทั้งหมดได้

  1. การรักษาก้อนที่กระจายเฉพาะจุด

หากมะเร็งกระจายไปยังตับหรือปอดเพียงไม่กี่ก้อน แต่ไม่เหมาะกับการผ่าตัด แพทย์อาจพิจารณา

  • การจี้ทำลายก้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ
  • การจี้ด้วยไมโครเวฟ
  • การอุดหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อนมะเร็ง
  • การให้ยาเข้าสู่หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงตับ
  • การฉายรังสีเฉพาะจุด

การรักษาเหล่านี้อาจช่วยควบคุมก้อน บรรเทาอาการ หรือช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้นในบางกรณี

  1. รังสีรักษาและการดูแลประคับประคอง

รังสีรักษาอาจใช้ควบคุมก้อนเฉพาะตำแหน่งหรือบรรเทาอาการ เช่น ปวด เลือดออก หรืออาการจากมะเร็งที่กระจายไปยังกระดูกหรืออวัยวะอื่น

การดูแลประคับประคองสามารถเริ่มควบคู่กับการรักษามะเร็งได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเจ็บปวด คลื่นไส้ ท้องผูก ท้องเสีย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และความเครียด ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

summarize

มะเร็งลำไส้ระยะลุกลามยังรักษาได้ ผู้ป่วยที่โรคลุกลามเฉพาะที่หรือมีก้อนกระจายเพียงไม่กี่ตำแหน่งอาจมีโอกาสรักษาโดยมุ่งหวังให้หายหรือปลอดโรคในระยะยาว ส่วนผู้ที่โรคกระจายหลายบริเวณ การรักษาสามารถช่วยควบคุมโรค ลดขนาดก้อน บรรเทาอาการ และยืดระยะเวลาการมีชีวิตได้

หัวใจสำคัญคือการประเมินว่าก้อนสามารถผ่าตัดได้หรือไม่ ตรวจ Biomarker ให้ครบถ้วน และวางแผนร่วมกันระหว่างอายุรแพทย์มะเร็ง ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ รังสีรักษา พยาธิแพทย์ และทีมดูแลประคับประคอง เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

**บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ แนวทางและผลการรักษาแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย**

แพทย์อธิบายแนวทางรักษามะเร็งลำไส้ระยะลุกลามด้วยคีโม ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และการผ่าตัดแก่ผู้ป่วย

For inquiry, please call +66638166058

Request consultation for treatment plan

เพิ่มเพื่อน

แชร์บทความ

At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.

Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)
en_USEN