ให้คีโมแล้วปวดเมื่อยตัว รับมืออย่างไร?
ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับChemotherapy อาจพบอาการข้างเคียงหลายรูปแบบ หนึ่งในอาการที่พบได้ คือ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ หรืออ่อนเพลียทั้งร่างกาย
อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นภายใน 1–3 วันหลังได้รับยาเคมีบำบัด และในหลายกรณีจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวต่อการรักษา อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการไม่สบายและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ทำไมหลังให้คีโมจึงปวดเมื่อยตัว
อาการปวดเมื่อยหลังการให้เคมีบำบัดอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น
- ผลของยาที่มีต่อระบบกล้ามเนื้อและข้อ
- การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อยา
- ความอ่อนล้าของร่างกายระหว่างการรักษา
- ภาวะพักผ่อนหรือรับประทานอาหารไม่เพียงพอ
อาการปวดอาจแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนอาจรู้สึกเพียงเล็กน้อย ขณะที่บางรายอาจรู้สึกปวดมากขึ้นชั่วคราวหลังได้รับยา
วิธีช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยหลังคีโม
การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความไม่สบายและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
1. Get enough rest.
การนอนหลับและพักผ่อนอย่างเหมาะสมช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองและลดความอ่อนล้า
2. เคลื่อนไหวร่างกายเบา ๆ
การเดินช้า ๆ หรือการยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ อาจช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น
3. ประคบอุ่นบริเวณที่ปวด
การประคบอุ่นสามารถช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดเมื่อยในบางบริเวณได้
4. Stay well hydrated
Bloodดื่มน้ำมากขึ้นช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้ร่างกายขับของเสียจากกระบวนการรักษา
5. รับประทานอาหารให้ครบถ้วน
การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ โดยเฉพาะโปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการรักษาได้ดีขึ้น
ยาที่อาจช่วยลดอาการปวด
ในกรณีที่อาการปวดรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์อาจแนะนำยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจมีผลต่อการรักษาหรือมีผลข้างเคียงเพิ่มเติม
เมื่อใดควรปรึกษาแพทย์
หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือทีมดูแลผู้ป่วย
- ปวดมากผิดปกติ
- มีไข้ร่วมกับอาการปวด
- อาการปวดไม่ดีขึ้นภายในหลายวัน
- ปวดจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
การแจ้งอาการให้แพทย์ทราบจะช่วยให้สามารถปรับการดูแลหรือการรักษาได้อย่างเหมาะสม
การดูแลตัวเองช่วยให้การรักษาดำเนินต่อได้
อาการปวดเมื่อยหลังการให้Chemotherapy:เป็นอาการที่พบได้ในผู้ป่วยบางราย และมักเป็นเพียงชั่วคราว
การพักผ่อนให้เพียงพอ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง


