ศูนย์ชีวารักษ์

แพทย์โรคเลือดอธิบายแนวทางรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและผลตรวจเซลล์เม็ดเลือดแก่ผู้ป่วย

มะเร็งเม็ดเลือดขาว รักษาอย่างไร?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ป่วยและครอบครัวมักกังวลว่าโรคนี้รักษาอย่างไร ต้องให้คีโมทุกคนหรือไม่ และมีโอกาสรักษาหายมากน้อยเพียงใด

มะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว การรักษาจึงแตกต่างกันตามชนิดของเซลล์มะเร็ง ความรวดเร็วในการดำเนินโรค ความผิดปกติของยีน อายุ สุขภาพ และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละคน

มะเร็งเม็ดเลือดขาวคืออะไร?

มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ Leukemia เป็นมะเร็งของเนื้อเยื่อสร้างเม็ดเลือด โดยมักเริ่มจากเซลล์ระยะต้นในไขกระดูกซึ่งพัฒนาไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ

เมื่อเซลล์ผิดปกติเพิ่มจำนวนอย่างควบคุมไม่ได้ อาจเบียดการสร้างเม็ดเลือดปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะซีด อ่อนเพลีย ติดเชื้อง่าย หรือเลือดออกง่าย

American Cancer Society แบ่งมะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • เฉียบพลันหรือเรื้อรัง: ชนิดเฉียบพลันดำเนินโรคเร็ว ส่วนชนิดเรื้อรังมักดำเนินโรคช้ากว่า
  • ชนิดของเซลล์ต้นกำเนิด: แบ่งเป็นสายไมอีลอยด์และสายลิมฟอยด์

จึงเกิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. Acute Myeloid Leukemia: AML
  2. Acute Lymphocytic Leukemia: ALL
  3. Chronic Myeloid Leukemia: CML
  4. Chronic Lymphocytic Leukemia: CLL

ก่อนรักษาต้องตรวจอะไรบ้าง?

การเลือกวิธีรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวต้องเริ่มจากการวินิจฉัยชนิดและชนิดย่อยให้แม่นยำ การตรวจอาจประกอบด้วย

  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือ CBC
  • การตรวจลักษณะเซลล์จากเลือด
  • การเจาะและตรวจชิ้นเนื้อไขกระดูก
  • การตรวจ Flow Cytometry เพื่อจำแนกชนิดเซลล์
  • การตรวจโครโมโซมและยีน เช่น Cytogenetics, FISH, PCR หรือ NGS
  • การตรวจการทำงานของตับ ไต เกลือแร่ และการแข็งตัวของเลือด
  • การตรวจน้ำไขสันหลังในผู้ป่วยบางราย
  • การตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์เมื่อมีข้อบ่งชี้

ผลตรวจยีนมีบทบาทสำคัญ เพราะความผิดปกติบางชนิดอาจบอกแนวโน้มของโรค ช่วยประเมินความเสี่ยง และช่วยเลือกยามุ่งเป้าที่เหมาะสม

มะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยทั่วไปไม่ได้แบ่งระยะ 1-4 เหมือนมะเร็งก้อนหลายชนิด แพทย์มักใช้ชนิดย่อย ระยะการดำเนินโรค ปริมาณเซลล์มะเร็ง ผลตรวจยีน และปัจจัยเสี่ยงอื่นในการวางแผนรักษา

วิธีรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวมีอะไรบ้าง?

แนวทางรักษาหลักอาจประกอบด้วยวิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่

  1. ยาเคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดทำลายหรือยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง เป็นการรักษาหลักของมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันหลายชนิด โดยอาจใช้ยาหลายตัวร่วมกันและแบ่งการรักษาเป็นระยะ

  1. ยามุ่งเป้า

ยามุ่งเป้าออกฤทธิ์ต่อโปรตีนหรือความผิดปกติเฉพาะของเซลล์มะเร็ง จึงต้องอาศัยผลตรวจยีนหรือ Biomarker เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะกับยาชนิดใด

  1. ภูมิคุ้มกันบำบัด

การรักษากลุ่มนี้ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น เช่น โมโนโคลนอลแอนติบอดี ยาที่เชื่อมเซลล์ภูมิคุ้มกันกับเซลล์มะเร็ง หรือ CAR T-cell Therapy ในผู้ป่วยบางกลุ่ม

  1. การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด หรือที่มักเรียกว่าปลูกถ่ายไขกระดูก ช่วยให้แพทย์สามารถใช้ยาเคมีบำบัดขนาดสูง ก่อนให้เซลล์ต้นกำเนิดเพื่อฟื้นฟูการสร้างเม็ดเลือด

วิธีนี้อาจใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง โรคไม่ตอบสนอง โรคกลับมาเป็นซ้ำ หรือมีข้อบ่งชี้เฉพาะ แต่เป็นการรักษาที่เข้มข้นและไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน

  1. การเฝ้าติดตามโรค

มะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดที่ดำเนินโรคช้าและยังไม่ก่อให้เกิดอาการ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มยาทันที แพทย์อาจนัดตรวจเลือด ตรวจร่างกาย และติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด

  1. การรักษาประคับประคอง

ผู้ป่วยอาจต้องได้รับเลือดหรือเกล็ดเลือด ยาป้องกันและรักษาการติดเชื้อ ยาลดอาการคลื่นไส้ การดูแลโภชนาการ และการควบคุมภาวะแทรกซ้อน การรักษาประคับประคองสามารถใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งในทุกระยะ

AML รักษาอย่างไร?

Acute Myeloid Leukemia หรือ AML เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันที่ดำเนินโรคเร็ว จึงมักต้องเริ่มรักษาโดยเร็ว

การรักษาหลักของ AML ส่วนใหญ่คือยาเคมีบำบัด โดยทั่วไปแบ่งเป็น

  • ระยะชักนำให้โรคสงบ: มีเป้าหมายเพื่อลดเซลล์มะเร็งจนเข้าสู่ภาวะโรคสงบ
  • ระยะหลังโรคสงบหรือระยะเสริมความเข้มข้น: มีเป้าหมายเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลือและลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ

ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยามุ่งเป้าร่วมกับคีโมตามผลตรวจยีน และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอาจพิจารณาปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด

สำหรับ Acute Promyelocytic Leukemia หรือ APL ซึ่งเป็นชนิดย่อยของ AML มีแนวทางรักษาเฉพาะที่แตกต่างจาก AML ชนิดอื่น เช่น การใช้ยา ATRA ร่วมกับ Arsenic Trioxide และอาจใช้คีโมหรือยามุ่งเป้าเพิ่มเติมตามระดับความเสี่ยง

ALL รักษาอย่างไร?

Acute Lymphocytic Leukemia หรือ ALL เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันที่พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ การรักษาหลักมักเป็นยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกัน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่

  1. Induction: ทำให้โรคเข้าสู่ระยะสงบ
  2. Consolidation หรือ Intensification: กำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจยังหลงเหลือ
  3. Maintenance: ควบคุมโรคต่อเนื่องเพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ

American Cancer Society ระบุว่าการรักษา ALL โดยรวมมักใช้เวลาประมาณ 2 ปี โดยระยะ Maintenance ใช้เวลาส่วนใหญ่ของการรักษา

ผู้ป่วยยังต้องได้รับการรักษาหรือป้องกันโรคในระบบประสาทส่วนกลาง เนื่องจากเซลล์มะเร็งอาจเข้าสู่บริเวณสมองและไขสันหลังได้ นอกจากนี้ อาจใช้ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในผู้ป่วยบางราย

CLL รักษาอย่างไร?

Chronic Lymphocytic Leukemia หรือ CLL มักดำเนินโรคช้า ผู้ป่วยระยะแรกที่ไม่มีอาการอาจยังไม่ต้องเริ่มยา แพทย์สามารถใช้แนวทางเฝ้าระวังและรอรักษา หรือ Watch and Wait โดยตรวจเลือดและตรวจร่างกายเป็นระยะ

แนวทางนี้เป็นมาตรฐานในผู้ป่วย CLL ระยะแรกที่ไม่มีอาการ เนื่องจากการเริ่มรักษาทันทีไม่ได้แสดงว่าช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นเมื่อเทียบกับการติดตามอย่างเหมาะสม

เมื่อโรคดำเนินมากขึ้นหรือเริ่มมีอาการ การรักษาอาจประกอบด้วยยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด ยาเคมีบำบัด หรือการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน ส่วนการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดใช้ไม่บ่อยและพิจารณาเฉพาะบางกรณี

CML รักษาอย่างไร?

Chronic Myeloid Leukemia หรือ CML มักมีความผิดปกติที่สร้างโปรตีน BCR::ABL1 ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้

การรักษาหลักในปัจจุบันคือยามุ่งเป้ากลุ่ม Tyrosine Kinase Inhibitors หรือ TKI ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีน BCR::ABL1 ยากลุ่มนี้สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยจำนวนมากต้องรับประทานยาต่อเนื่องและตรวจติดตามระดับ BCR::ABL1 เป็นระยะ

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดอาจพิจารณาเมื่อโรคไม่ตอบสนองต่อยามุ่งเป้า มีการกลายพันธุ์บางชนิด หรือเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น

แพทย์รู้ได้อย่างไรว่าการรักษาได้ผล?

ทีมรักษาจะประเมินการตอบสนองด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

  • ตรวจ CBC และสัดส่วนเม็ดเลือด
  • ตรวจไขกระดูกซ้ำ
  • ตรวจ Flow Cytometry
  • ตรวจยีนหรือโครโมโซมด้วย PCR, FISH หรือ NGS
  • ตรวจหา Measurable Residual Disease: MRD
  • ประเมินอาการและการทำงานของอวัยวะ

แม้ผลตรวจทั่วไปไม่พบเซลล์มะเร็ง แต่การตรวจที่ละเอียดกว่าอาจยังพบเซลล์จำนวนน้อย การประเมิน MRD จึงช่วยบอกความลึกของการตอบสนองและสนับสนุนการวางแผนรักษาขั้นต่อไป

มะเร็งเม็ดเลือดขาวรักษาหายได้หรือไม่?

มะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดมีโอกาสรักษาให้หายได้ โดยเฉพาะเมื่อโรคตอบสนองต่อการรักษาอย่างดี ส่วนบางชนิดอาจเน้นควบคุมโรคให้อยู่ในระยะสงบเป็นเวลานาน

โอกาสรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและชนิดย่อยของโรค อายุ สุขภาพ ความผิดปกติของยีน การตอบสนองต่อการรักษาระยะแรก และปริมาณเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลือ ผู้ป่วยจึงควรพูดคุยกับแพทย์โดยใช้ผลตรวจของตนเอง ไม่ควรใช้สถิติทั่วไปหรือผลการรักษาของผู้อื่นมาคาดการณ์แทน

สรุป

การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว ต้องเริ่มจากการระบุชนิดของโรคและตรวจความผิดปกติของเซลล์อย่างละเอียด ชนิดเฉียบพลันมักต้องเริ่มรักษาโดยเร็ว ขณะที่ชนิดเรื้อรังบางรายอาจเฝ้าติดตามก่อนหรือใช้ยามุ่งเป้าควบคุมโรคในระยะยาว

แนวทางรักษาอาจประกอบด้วยคีโม ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด และการรักษาประคับประคอง การดูแลโดยอายุรแพทย์โรคเลือดและทีมสหสาขาวิชาชีพจึงมีความสำคัญต่อการเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

**บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ แนวทางและผลการรักษาแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย**

แพทย์โรคเลือดอธิบายแนวทางรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและผลตรวจเซลล์เม็ดเลือดแก่ผู้ป่วย

สอบถามและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เบอร์ติดต่อ 0638166058

สอบถามข้อมูลการรักษา

เพิ่มเพื่อน

แชร์บทความ

At vero eos et accusamus et iusto odio digni goikussimos ducimus qui to bonfo blanditiis praese. Ntium voluum deleniti atque.

Melbourne, Australia
(Sat - Thursday)
(10am - 05 pm)
thTH